วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การทำหมูหยอง

ส่วนผสม1. เนื้อหมูแดง         1   กิโลกรัม
2. น้ำตาลทราย         200   กรัม
3. ซีอิ้วขาว            20   กรัม
4. เกลือป่น         4   กรัม
5. โป๊ะกั๊กผสมอบเชย      1   ห่อ
วิธีทำ
1. หมูเนื้อแดง เลาะมันและพังผืดออกให้หมด หั่นตามยาวของเส้นเนื้อ ประมาณ 2-4 นิ้ว ก็จะได้ก้อนเนื้อคล้ายก้อนลูกเต๋า
2. นำเนื้อหมูที่หั่นเตรียมไว้ไปต้ม โดยใส่น้ำให้ท่วมก้อนเนื้อหมู เติมซีอิ้วขาวเกลือป่น และอบเชยโป๊ะกั๊ก ลงไปต้มด้วยกัน
3. เมื่อต้มน้ำเดือด ให้ตักฟองที่เกิดจากการต้มออกให้หมด ต้มประมาณ 2-3 ชั่วโมง เนื้อสุกรเริ่มเปื่อย
4. เมื่อเนื้อเปื่อยเติมน้ำตาลทราย ต้มต่อจนน้ำเกือบแห้ง จากนั้นให้ใช้ไม้พายตีก้อนเนื้อให้เป็นเส้น พร้ามที่จะนำมาหมูหย่อนในกระทะต่อไป
5. การหยองเนื้อหมู ใช้ไฟอ่อน ๆ ในขั้นแรก และผัดโดยใช้ไม้พายกวน และตะหลิว ผัก เนื้อหมูในกระทะ ให้เป็นเส้นเล็ก ๆ ฝอย ๆ โดยทำให้เส้นใยเนื้อหมู ได้รับความร้อนเท่า ๆ กันทุกเส้น
6. เมื่อหยองได้ระยะหนึ่งเส้นใย เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ ถึงขั้นตอนนี้ไม่ต้องใช้ไม้พาย ให้ใช้เฉพาะตะหลิว เท่านั้น เพราะไม้พายจะทำให้เส้นใย เนื้อหมู ที่แห้งและร้อนขาด และป่นไม้เป็นเส้น
7. ผัดหมูหยองในกระทะจนแห้งโดยใช้ไฟอ่อน ๆ
8. นำหมูหยองออกจากกระทะ รอให้เย็นบรรจุภาชนะปิดให้สนิท สามารถเก็บไว้ได้นาน


http://www.krunid.com/board/index.php?topic=211.0

การทำหมูหวาน

วิธีทำ หมูหวาน สูตร หมูหวาน : Eazydo วันนี้ขอนำวิธี การทำอาหาร ดีๆ มานำเสนอ เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง วิธีทำ สูตรลับความอร่อย ของวันนี้คือ หมูหวาน ซึ่งมี วัตถุดิบ ที่เราจะใช้ในการทำอาหาร ดังต่อไปนี้
วิธีทำหมูหวาน และ เครื่องปรุง
ส่วนผสม
  • เนื้อหมูสามชั้น 350 กรัม
  • ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลปึก 3 ช้อนโต๊ะ
  • หัวหอมแดง 3 หัว
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
วิธีทำ
  • 1. นำเนื้อหมูมาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนหัวหอมแดงปลอกเปลือกแล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้น ซอยบางๆ พักไว้
  • 2. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง นำน้ำเปล่าใส่หม้อต้มให้เดือด ใส่เนื้อหมูลงไป พอเนื้อหมูเริ่มสุกให้ใส่เครื่องปรุงคือ ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว และซอสปรุงรสลงไป
  • 3. คนเครื่องปรุงต่างๆ ให้เข้ากัน และเคี่ยวหมูไปประมาณ 30 นาทีโดยใช้ไฟอ่อนจนหมูนุ่ม
  • 4. เมื่อหมูเริ่มนุ่มแล้วให้ใส่น้ำตาลปึกลงไป คนให้น้ำตาลละลายและเคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 15 นาที จากนั้น ใส่หัวหอมแดงซอยลงไป
  • 5. คนให้เข้ากัน จากนั้นก็ปิดเตา เตรียมไว้เสิร์ฟพร้อมข้าวคลุกกะปิได้เลยค่ะ

วิธีทำ หมูหวาน สูตร หมูหวาน วิธีทำหมูหวาน
ท่านผู้อ่านมากมาย ส่งอีเมลย์ มาถามว่าไม่มีอาหารประเภท พิชซ่า มาแนะนำบ้างเหรอ สำหรับคนที่นิยม รับประทาน จำพวกนี้ โปรดอดใจรออีกซักนิด ตอนนี้เรากำลัง เร่งค้นหาวิธีทำ เมนูอร่อย เหล่านี้ คิดว่ากลางเดือน น่าจะนำมาเสนอได้

http://www.eazydo.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B3-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99/

วิธีทำกล้วยตาก

วิธีการทำกล้วยตาก
วิธีทำกล้วยตาก
ส่วนผสม


    1.กล้วยน้ำว้าสุก           3  หวี
    2.เกลือป่น                  2  ช้อนโต๊ะ
    3.น้ำ                         10  ถ้วย


วิธีทำ

1. ตัดกล้วยออกจากหวีเป็นลูก ตัดหัวตัดท้าย ปอกเปลือกล้วย ดึงเสันใยที่ลูกออก วางเรียงบนตะแกรง ตากแดดประมาณ 6-7 วัน

2. เมื่อตากกล้วยจนครบ 5 วันแล้ว ทำน้ำเกลือ โดยใส่เกลือกับน้ำลงในหม้อเคลือบ ตั้งไฟกลางให้เดือด และเกลือละลาย ยกลง ทิ้งไว้ให้อุ่น

3. นำกล้วยที่ตากมาคลึงให้แบน โดยวางกล้วยบนใบตองแล้ววางใบตองทับข้างบน ใช้มีัดกดเบา ๆ คลึงด้วยขวด จนกล้วยแบน ทำจนหมด แล้วล้างกล้วยด้วยน้ำเกลือที่ต้ม เรียงบนตะแกรง นำไปตากแดดอีกครั้งจนครบ 7 วัน หมั่นคอยกลับให้กล้วยแห้งทั้ง 2 ด้าน

4. เรียงกล้วยที่ตากลงในภาชนะที่มีฝาปิด ค้างไว้ 1 คืน กล้วยจะมีน้ำตาลซึมออกมา ทำให้กล้วยเป็นเงางามไม่แห้ง

http://www.kaweeclub.com/b100/t3904/

การทำกล้วยเชื่อม

ส่วนผสม
กล้วยไข่ห่ามๆ   12  ผล
น้ำตาลทราย      1   ถ้วยตวง
น้ำ                       1   ถ้วยตวง

วิธีทำ
1.  ตวงน้ำกับน้ำตาลใส่กระทะทองยกขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนน้ำตาลละลาย แล้วนำมากรอง นำไปเคี่ยวใหม่จนน้ำตาลเดือด
2.  ปอกเปลือกกล้วย ลอกเส้นใยกล้วยออกให้หมด ใส่ในน้ำตาลที่เดือด จะเชื่อมทั้งลูก หรือตัดเป็น 2 ท่อนก็ได้
3.  เชื่อมไปสักครู่ จนเห็นว่าสีของกล้วยสุกเหลืองและใสทั่วกัน จึงตักขึ้นใส่จานหรือชามสำหรับรับประทาน

การทำกล้วยฉาบ

ส่วนผสม กล้วยหักมุก 1 หวี (แบบดิบ)
น้ำมันสำหรับทอด 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง
น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ

ตั้งกระทะให้ร้อน เติมน้ำมันทั้งหมดลงในกระทะ พอให้ น้ำมันร้อน จึงปอกกล้วยแล้วฝาน เป็นแผ่นบาง ๆ ตาม ความยาวของผล ใส่ลงทอดในน้ำมันทันที หมั่นคนและ พลิกชิ้นกล้วยกลับให้ถูกความร้อนสม่ำเสมอกัน จนกรอบ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ทำให้หมดหวี
เทน้ำมันออกจากกระทำให้หมด ใส่น้ำตาล น้ำ และเกลือ ลงในกระทะนั้น ต้มจนน้ำตาลละลาย และเคี่ยวต่ออีกครู่ จนน้ำตาลเหนียวเป็นเส้น เมื่อใช้ปลายมีดจุ่มลงในน้ำเชื่อม แล้วยกมีดขึ้น น้ำเชื่อมจะยืดตามมีดเป็นเส้น
ใส่กล้วยที่ทอดไว้ ลงในกระทะน้ำเชื่อมทันทีที่ยกลงจากเตา เคล้าเบา ๆ ให้น้ำเชื่อมจับชิ้นกล้วยให้ทั่วถึง
พักไว้จนเย็นสนิทและน้ำเชื่อมแห้งสนิทด้วย จึงเก็บใส่ ภาชนะที่ปิดได้สนิท
ลองทำดูนะคะ (อาจจะใช้กล้วยดิบอื่นๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกล้วยหักมุก)


http://www.baanmaha.com/community/thread12124.html

การทำมะม่วงกวน

มะม่วงกวน ถือเป็นขนมทานเล่นชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ค่อนข้างใส สีออกเหลืองหรือน้ำตาลอมเหลือง มีความเหนียวพอสมควร ทำเป็นรูปวงกลม ดอกไม้ หรือ ม้วนเป็นเกลียว เป็นต้น การทำมะม่วงกวนถือเป็นหนึ่งในวิธีการถนอมอาหารที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ หลักการถนอนอาหารโดยการกวนนั้นมีหลักดังนี้คือ นำเอาผลไม้ที่สุกแล้วมาเคี่ยวผสมรวมกับน้ำตาล โดยอาศัยความร้อนเป็นหลัก ซึ่งในการทำมะม่วงกวนนั้น ถือเป็นการกวนแบบแห้งที่ต้องใช้น้ำตาลในอัตราส่วนมากๆนั่นเอง รสชาดของมะม่วงกวนโดยส่วนใหญ่มักมีรสหวาน หวานอมเปรี้ยว หรือเปรี้ยวจัด โดยเคล็ดลับในการทำมะม่วงกวนให้น่ารับประทาน คือการเลือกสรรมะม่วงที่ไม่สุกจนเกินไป และแนะนำให้ใช้มะม่วงแก้วซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในท้องตลาด หรือสามารถนำเอามะม่วงหลายๆชนิดมาผสมรวมกันก็ได้ ในความเป็นจริง วิธีการทำมะม่วงกวนนั้นถือว่าไม่มีหลักเกณฑ์หรืออัตราส่วนของส่วนผสมต่างๆที่แน่นอนตายตัว ขึ้นอยู่กับการประยุกต์ ดัดแปลงของแต่ละคน เพื่อให้ได้มะม่วงกวนในรสชาดตามที่ต้องการ

[แก้] ประโยชน์

  1. เป็นการยืดอายุของมะม่วง ทำให้สามารถเก็บไว้รับประทานได้นานขึ้น
  2. ได้รับประทานมะม่วงในรูปแบบ สี กลิ่น รสชาดที่ต่างไปจากการทานมะม่วงทั่วไป
  3. เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้เสริมให้กับผู้ผลิต

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%99

หมู่กระทะ

 

การเตรียมหมักเนื้อหมูกะทะ
1. วิธีที่1 ให้ใช้หมูหมักกับไข่ ผสมเกลือนํ้าตาลและนํ้าปลาให้เข้ากัน
เอาหมูไปผสมกับเกลือนํ้าปลานํ้าตาลที่ผสมแล้ว ก็จะออกมาเป็น
หมูหมักที่แสนอร่อย เก็บไว้นานโดยแช่เย็นห้ามเกิน 2วันนะค่ะ

2. วิธีที่2 MK SUKI ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าจะหมักหมูให้นุ่ม
ควรใส่แป้งมันเล็กน้อย น้ำสะอาด ซอสปรุงรส ซีอิ้ว และน้ำตาล
หมักไว้อย่างน้อย 3 ชม . ในช่องของตู้เย็นที่ไม่เย็นมากนัก
เนื้อ หมูจะนุ่มโดยไม่ต้องพี่งสารเคมี (ผงหมักหมู) สะอาดมาที่ 1 ตาม
มาด้วยโภชนการ ความอร่อยและน่ารับประทานจ๊ะ เห็นชาวต่างชาติ
บางคนใส่โค๊ก หมักใส่เครื่องปรุงแบบคุณหมึกหมดและเติมน้ำมันงา
ลงไปด้วยนะคะ แบบ MK เลยค่ะ แต่จิ๊กกี๋จะหมักทิ้งไว้1คืนนะค่ะ จ
นุ่ม เคี้ยวหนึบหนับแต่ไม่เหนียวเลย

3. วิธีที่3 หมักน้ำสับปะรดค่ะ หมูจะนิ่มระทดระทวย อร่อยด้วย ลดเวลา
ที่หมักหมูในน้ำสับปะรดลง เพียงแค่สักสองชั่วโมงก็พอแล้วล่ะค่ะ ขี้น
อยู่กับหมูที่คุณใช้ด้วย ว่าเหนียวมากน้อยเท่าใด ?

4. วิธีที่4 หมักหมูให้นุ่มก็ต้องใช้นำมันช่วยค่ะ โดยส่วนใหญ่ก็ใช้นำมัน
งาแต่ถ้าไม่ชอบกลิ่นมันก็เปลี่ยนเป็นนำมันพืชแทนก็ได้นะคะ หรือไม่ก็
ใช้ไข่ไก่หมักก็ได้ จะให้ดีต้องหมักค้างคืนค่ะ รับรองนุ่มแน่นอน

5. วิธีที่ 5 หมักง่ายๆก็ใส่ไข่ขาวลงไป ตามด้วยแป้งมัน แป้งข้าวโพดอย่าง
ละช้อน เติมน้ำมันงาลงไป แต่ถ้าต้องการเอาไปทำอาหารที่ไม่อยากให้มี
กลิ่นน้ำมันงา ก็เติมน้ำมันพืชนี่ค่ะลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน จะหมักไปกับ
น้ำปลา ซี อิ๊ว น้ำตาล หรืออะไรก็ตามต้องการได้เลยค่ะ

6. วิธีที่6 หมูหมักกับซีอิ้วขาว น้ำมันพืช น้ำมันหอย นมสด(สุดยอดแล้ว)
7. วิธีที่7 สูตรของหมึกแดงทีมค่ะ ไก่หรือหมู 1 กก.
      

ส่วนประกอบ 1. ไก่, หมู 1 kg.
2. แป้งข้าวโพด 10 gm.
3. โซเดียมไบคาร์บอเนต 10 gm.
4. MSG PLUS (ผงชูรสจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้0.5gm.
5. ซีอิ๊วขาว 20 gm.
6. น้ำมันงา20gm.
7. น้ำเย็น 100 gm.

วิธีทำ 1. หั่นหมูหรือไก่ให้เป็นชิ้น
2. นำส่วนผสมที่ 2+3+4 ผสมให้เข้ากัน นำไปละลายในน้ำเย็น
3. ชั่งส่วนผสมที่ 5+6 ผสมให้เข้ากันทั้งหมดที่ทำมาข้างต้น
4. หมักทิ้งไว้ 1 ชม.
5. นำไปประกอบอาหาร

 
น้ำจิ้มหมูกะทะ (สูตร1)
1. พริกขี้หนูสับละเอียด 3 ชต.
2. งาขาวคั่ว 2 ชต.
3. น้ำตาลทราย 5 ชต.
4. นำส้มสายชู 5 ชต.
5. รากผักชี 2 ชต.
6. กระเทียม 3 ชต.
7. มะนาว 2 ชต.
8. เกลือ 1 ชต.


น้ำจิ้ม หมูกระทะ (สูตรสอง) 1.กระเทียม 2หัว
2.พริกขี้หนูตามชอบ
3.งาคั่ว
4. ซ๊อสพริกยี่ห้อที่ชอบ 200cc.กะๆเอา
5. น้ำตาลทราย
6.ชีอิ้วขาว
7.น้ำมะขามเปียก(น้ำส้มสายชูก็ใด้)
ทั้งหมดปั่นในเครื่อง ผสมอาหาร ชิมดูตามชอบ
ใด้ที่อย่าลืมผักชีสับนะคะ


น้ำจิ้มหมูกระทะ (สูตรสาม) 1.ซ้อสพริกศรีราชา 1 ช้อนโต๊ะ
2.ซ้อสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
3.ซ้อสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา
4.เต้าหู้ยี้ 1 ก้อน
5.ผงชูรส (ตัวเลือก) 1 ช้อนชา
6.พริกไทยป่น และผงพะโล้ นิดหน่อย
7.นำส่วนผสมทั้งหมด ตั้งไฟจนเดือด พักไว้


น้ำจิ้มหมู่กระทะ (สูตรสี่)
1.ซอสมะเขือเทศ
2.พริกขี้หนู
3.ข่า
4.รากผักชี
5.มะนาวเล็กน้อย
6.เกลือ
7.น้ำตาล
ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน จะตำหรือจะปั่น
ก็แล้วแต่ความสะดวก ปรุงรสตามชอบใจ
โรยหน้าด้วยผักชีซอยละเอียด และงาขาว ก็เป็นอันกินได้

http://www.thaigoodview.com/node/59256